Close

Dog Cafe In Bangkok : DogiLike Review “Coffee & Puppy”

DogiLike Coffee Puppy
Follow Me!

Thanasut Vudthivichai

Social Media Strategist & Co-Founder of #CoffeePuppy. As Seen On TV. Restaurant For Dogs & Dog Parents Since 2012. Professional Voice Over Artist.
Follow Me!

Dog Cafe in Bangkok For Dog Parents: DogiLike Reviews “Coffee & Puppy”

DogiLike Coffee Puppy

สำหรับคนรักน้องหมา การพาน้องหมาออกไปทำกิจกรรมแต่ละครั้งจำเป็นต้องมีการวางแผน เช็กข้อมูล สถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะ “ร้านอาหาร” ว่ามีร้านไหนบ้างที่อนุญาตให้ผู้เลี้ยงพาน้องหมาเข้าไปได้บ้าง ซึ่งในปัจจุบันก็ยังถือว่าจำนวนร้านอาหารที่อนุญาตให้พาน้องหมาเข้าไปใช้บริการได้นั้นมีอยู่น้อยมาก (ไม่นับรวมคาเฟ่น้องหมานะคะ) และการเข้าไปใช้บริการในแต่ละครั้ง ผู้เลี้ยงอย่างเราก็ต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพื่อที่ไม่ให้น้องหมาของเราไปรบกวนผู้อื่น … คงจะดีมากเลยนะคะ ถ้าหากในบ้านเรามีร้านอาหารสำหรับน้องหมาโดยเฉพาะ น้องหมาจะได้มีพื้นที่เป็นของตัวเองที่จะสามารถทำกิจกรรมและเล่นสนุกกับเพื่อนน้องหมาตัวอื่น ๆ ได้อย่างเต็มที่ และถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาพื้นที่สำหรับน้องหมาแบบที่มะเหมี่ยวกำลังพูดถึงกันอยู่ล่ะก็ วันนี้ Dogilike Review จะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับ “Coffee Puppy” ร้านอาหารสำหรับน้องหมาที่คนเข้าได้ ค่ะ

P Meng

นั่นแน่ งงกันล่ะสิคะว่าในบ้านเรามีร้านอาหารสำหรับน้องหมาด้วยเหรอ มะเหมี่ยวบอกเลยว่า “มีค่ะ” แต่หลายคนไม่ค่อยจะรู้ ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาในประเทศไทยเริ่มมีกระแสของคาเฟ่น้องหมาเข้ามา ทำให้คนที่รักและชื่นชอบน้องหมาให้ความสนใจกับคาเฟ่น้องหมามาก แต่สำหรับที่ Coffee Puppy ที่นี่ไม่ใช่คาเฟ่น้องหมาทั่วไป เพราะคอนเซปต์หลักของร้านคือ “ร้านอาหารสำหรับน้องหมาที่คนเข้าได้” เรียกได้ว่าเป็นมิตรกับทั้งน้องหมาแล้วก็เจ้าของเลยล่ะค่ะ

จุดเริ่มต้นของร้าน Coffee Puppy เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2012 โดย “พี่เกศ นันทนา สุกิจใจ” อดีตแอร์โฮสเตสสาวคนเก่ง และ “พี่หนู ธนาสุทธิ์ วุฒิวิชัย” ที่วงการโฆษณารู้จักดีในฐานะผู้อ่านสปอตมานานกว่า 20 ปี ทั้งคู่มีความรักน้องหมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยตัวของพี่เกศเองมีน้องหมา 2 ตัวคือ “ไข่เจียว” และ “เม้ง” ส่วนพี่หนูมีน้องหมา 1 ตัว คือ “สิงโต” ด้วยความรักที่มีให้กับน้องหมาและมองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนเลี้ยงน้องหมาในการพาออกไปนอกบ้านแต่ละครั้งทำให้ทั้งคู่เกิดความคิดที่อยากจะทำพื้นที่สักแห่งที่เจ้าของและน้องหมาได้มีความสุขร่วมกันอย่างมีอิสระ บวกกับการได้เดินทางไปทั่วโลกทำให้เห็นพื้นที่สำหรับคนรักน้องหมาและน้องหมาจากประเทศต่าง ๆ อย่างเช่น คาเฟ่น้องหมาของประเทศเกาหลี ก็เลยเกิดปิ๊งไอเดียในการเปิดร้านอาหารสำหรับน้องหมาขึ้น เพื่อให้ทั้งน้องหมาและเจ้าของ รวมไปถึงเพื่อนน้องหมาได้มาสร้างประสบการณ์ดี ๆ ร่วมกันได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เพราะที่นี่คือ ‘พื้นที่อิสระของน้องหมา’

“พี่เกศ” เล่าให้ฟังถึงไอเดียหลักของ Coffee Puppy ว่า ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้ร้านเป็นพื้นที่ของน้องหมาโดยเฉพาะ ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างในร้านจึงถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับน้องหมา โดยคำนึงถึงธรรมชาติของน้องหมา และความปลอดภัยของน้องหมาเป็นสำคัญ

Kate Nantana Sukitjai

“คอนเซปต์ของร้านเราคือ ร้านอาหารน้องหมาที่อนุญาตให้คนเข้าได้ ดังนั้นทุกอย่างในร้านเราก็เลยออกแบบมาเพื่อซัพพอร์ทน้องหมาเป็นหลักค่ะ สังเกตง่าย ๆ จะเห็นว่าร้านเราเนี่ยมีรั้วถึง 2 ชั้น ที่ต้องทำรั้วถึง 2 ชั้นก็เพื่อเซฟความปลอดภัยของน้องหมาค่ะ เพราะน้องหมาแต่ละตัวเขาจะมีอาการตื่นเต้นที่ไม่เหมือนกัน การมีรั้วสอง 2 ชั้นจะเซฟได้ 2 ทางคือ กันไม่ได้เขาวิ่งเข้าตัวร้านทันที เพราะเขาจะต้องผ่านขั้นตอนการปรับตัวก่อน ส่วนอีกทางนึงก็คือกันเขาวิ่งลงถนนนั้นเองค่ะ … พอน้องหมาเข้ามาในร้านแล้วนะคะ ทางร้านก็จะมีขั้นตอนเล็กน้อยในการให้น้องหมาปรับตัว คือเราจะยังไม่ให้เขาเข้าไปเจอเพื่อนน้องหมาตัวอื่นทันที ต้องแยกเขาไว้ตัวเดียวก่อนเพื่อให้เขาลดความตื่นเต้น อย่างที่ร้านจะมีน้องเม้งเป็นเจ้าถิ่นอยู่ เราก็จะต้องคอยควบคุมหมาเราว่าไม่ให้เห่า ไม่ให้กระตุ้นให้เพื่อนตกใจ พอทั้งคู่เริ่มอยู่ในอาหารสงบใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที เราถึงปล่อยให้เขามาเจอกันได้ค่ะ พอปล่อยเขาให้เข้าไปในร้านได้แล้ว เจ้าของก็จะสามารถปล่อยให้น้องหมาวิ่งเล่นบริเวณในร้านได้เลยค่ะ แต่ทางร้านจะมีข้อบังคับนิดนึง คือน้องหมาทุกตัวในร้านต้องใส่โอบิเพื่อเป็นการควบคุมเรื่องของความสะอาดและความปลอดภัยระหว่างน้องหมาผู้หญิงกับน้องหมาผู้ชายด้วยค่ะ ทางร้านจะเตรียมเบาะเอาไว้เป็นพื้นที่สำหรับให้น้องหมาได้ทำความรู้จักและเล่นกัน โดยจะมีพี่เลี้ยงคอยดูแลอยู่อย่างใกล้ชิดค่ะ ส่วนตัวเจ้าของเองก็ต้องดูแลน้องหมาด้วยเช่นกัน ส่วนบริเวณที่เป็นที่ทานอาหาร จะเห็นว่าเรากั้นเป็นคอกเอาไว้ ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อที่เจ้าของจะได้ควบคุมน้องหมาของตัวเองได้ง่ายขึ้น น้องหมาแต่ละบ้านจะได้ไม่กวนกัน แล้วก็ยังเป็นการรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าที่อาจจะมากินข้าวเลย ๆ โดยที่ไม่ได้พาน้องหมามา เพราะว่าร้านเราถึงจะเป็นร้านอาหารสำหรับน้องหมา แต่เราก็มีอาหารสำหรับคนเอาไว้ให้บริการด้วยค่ะ รับรองว่าอร่อยถูกใจไม่แพ้อาหารน้องหมาเลยค่ะ”

นอกเหนือจากในเรื่องของความปลอดภัยแล้ว ที่ Coffee Puppy ยังให้ความสำคัญกับเรื่องของการรักษาความสะอาดด้วยโดย ทุก 1 ชั่วโมงก่อนร้านเปิด และหลังปิดให้บริการ และทุก 2 ชั่วโมง ในระหว่างวันและทันทีหลังจากลูกค้าออกจากร้าน ทางร้านจะมีการทำความสะอาดโดยใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อกำจัดแบคทีเรียที่มีคุณภาพ ทำให้ร้านไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ และที่สำคัญปลอดภัยกับน้องหมาแน่นอนค่ะ ใครที่จินตนาการว่าร้านอาหารที่มีน้องหมาจะต้องมีกลิ่น ขอบอกเลยค่ะว่าไม่ใช่สำหรับที่ Coffee Puppy แน่นอน เพราะที่นี่แค่ก้าวเท้าเข้ามาถ้าไม่บอกว่าเป็นร้านอาหารของน้องหมาเราก็ไม่รู้เลยค่ะว่าที่นี่มีน้องหมาอยู่ด้วย ไม่มีกลิ่นเลยแม้แต่นิดเดียว ^^

เพราะที่นี่เป็นร้านอาหารสำหรับน้องหมา แน่นอนค่ะว่าก็ต้องมีอาหารสำหรับน้องหมาให้บริการอยู่แล้ว แต่ความแตกต่างของอาหารน้องหมาที่ร้าน Coffee Puppy คือ จะไม่ใช้อาหารสำเร็จรูปที่มีขายอยู่ทั่วไป แต่จะปรุงอาหารสำหรับน้องหมาขึ้นมาเองโดยใช้วัตถุดิบคุณภาพดีเช่นเดียวกับที่ใช้ปรุงอาหารให้กับคนแต่จะไม่มีการปรุงรสใดทั้งสิ้นทุกอย่างทำจากธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัยของน้องหมา …

“จริง ๆ จุดเริ่มต้นที่ทำให้พี่เกศหันมาทำอาหารให้น้องหมามันเริ่มจากการที่ตอนที่พี่ยังเป็นแอร์อยู่ พี่เลี้ยงน้องหมาพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ดซึ่งพี่ก็ดูแลดีนะ ระวังเรื่องข้อต่อต่าง ๆ ตามที่ศึกษามาเพราะว่ากลัวเขาจะป่วยเป็นโรคที่น้องหมาน้ำหนักเยอะชอบเป็นกัน แต่ปรากฎว่าเลี้ยงเขาได้ 7 ปี เขาก็จากเราไปเพราะเป็นโรคไต เลยทำให้เรากลับมาคิดว่าการที่เขาป่วยเป็นโรคแบบนี้ มันน่าจะเกี่ยวกับอาหารที่เขากินเข้าไปด้วย คือเราก็ให้เขากินอาหารสำเร็จรูปปกติ พอเรารู้ว่าเขาป่วยแล้วก็จากเราไปด้วยโรคแบบนี้เลยทำให้คิดว่าอยากใส่ใจเขาเรื่องอาหารให้มากขึ้น บวกกับเป็นคนชอบทำอาหารอยู่แล้วเลยเป็นจุดเริ่มต้นในการทำอาหารให้น้องหมาค่ะ ต่อมาพี่เลี้ยงโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (ไข่เจียว) ก็เลยเปลี่ยนวิธีการดูแลเขาใหม่ บวกกับเราตัดสินใจลาออกจากงานแอร์โฮสเตสมาอยู่กับน้องหมาแบบเต็มตัว ก็เลยทำให้มีเวลาดูแลทั้งไข่เขียวแลเม้งเต็มที่ ก็เลยเริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการอาหารที่เหมาะกับน้องหมาว่าอะไรที่น้องหมากินได้ มีประโยชน์ แล้วอะไรที่กินไม่ได้เป็นอันตราย ศึกษาจริงจังไม่ถึงขั้นดูปริมาณที่เหมาะสมต่อมื้อ ต่อวัน ความชื้นที่อยู่ในอาหาร เพราะเราอยากเซฟสุขภาพเขาให้มากที่สุด … ถามว่าอาหารที่ทำอร่อยรึเปล่า จะอร่อยหรือไม่อร่อยก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าน้องหมาเรากินก็น่าจะโอเคแล้วนะ” พี่เกศเล่าถึงที่มาที่ไปของการผันตัวเองมาเป็นเชฟอาหารน้องหมาให้ฟังอย่างอารมณ์ดี

และนี่เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Coffee Puppy เป็นร้านอาหารสำหรับน้องหมา ที่มีเมนูสุดพิเศษสำหรับให้น้องหมาเลือกชิมมากมาย ซึ่งการันตีความอร่อยจากเจ้าถิ่นอย่าง ไข่เจียว และเม้ง ได้เลยค่ะ

จุดเด่นอีกอย่างของอาหารสำหรับน้องหมาที่ร้าน Coffee Puppy นั้น นอกจากจะเป็นอาหารที่ปรุงขึ้นจากวัตถุดิบสดใหม่ และเป็นธรรมชาติแล้ว ขั้นตอนการทำและการจัดจานให้สวยงามไม่แพ้เมนูอาหารของคนยังเป็นอีกหนึ่งไฮโลท์สำคัญของที่ร้านเลยก็ว่าได้ค่ะ วันนี้มะเหมี่ยวโชคดีมาก ๆ ที่ได้บุกถึงครัวของร้านและได้ดูเชฟทำอาหารสำหรับน้องหมาไปพร้อม ๆ กับที่พี่เกศเล่าถึงขั้นตอนในการทำชนิดอินไซต์เลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่



One Comment on “Dog Cafe In Bangkok : DogiLike Review “Coffee & Puppy”

[…] Dog Cafe In Bangkok : DogiLike Review “Coffee & Puppy” […]

Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *